อินเดียขอผลิตวัคซีนกันโควิด ให้พอใช้ในประเทศก่อน

สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก ขอผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากบริษัทแอสตราเซเนกา ให้เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มส่งออกให้กับองค์การอนามัยโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า นายอดาร์ ภูนวัลลา ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ( เอสไอไอ ) ซึ่งมีข้อตกลงกับบริษัทแอสตราเซเนกาของสหราชอาณาจักร ในการเป็นผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่แอสตราเซเนกาพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และมีชื่อทางการค้าในอินเดียว่า “โควิชิลด์”  กล่าวว่า เอสไอไอต้องผลิตวัคซีนส่งมอบให้แก่รัฐบาลอินเดียก่อน เบื้องต้น 100 ล้านโด๊ส มีราคาต่อโด๊ส 200 รูปี ( ราว 82 บาท ) และราคาจะสูงขึ้นเมื่อครบโควตา
 
อย่างไรก็ตาม ราคาจำหน่ายของวัคซีนซึ่งไม่ได้ผ่านการเจรจาระดับรัฐบาล จะอยู่ที่โด๊สละ 1,000 รูปี ( ราว 409.44 บาท ) สำหรับการจำหน่ายปลีกภายในประเทศ โดยการจัดส่งวัคซีนให้กับแต่ละรัฐของอินเดียจะสามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 7 ถึง 10 วัน หลังการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายอย่างเป็นทางการ กับรัฐบาลกลางในกรุงนิวเดลี
  
อนึ่ง เอสไอไอซึ่งถือเป็นผู้ผลิตวัคซีนใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อวัดจากปริมาณ และมีสำนักงานอยู่ที่เมืองปูเน ในรัฐมหาราษฎระ ริมชายฝั่งทางตะวันตกตอนกลางของอินเดีย มีข้อตกลงกับแอสตราเซเนกา ในการผลิตวัคซีนอย่างน้อย 1,000 ล้านโดส  รวมถึงการจัดส่งวัคซีนเข้าร่วมโครงการ “โคแวกซ์” ขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) และองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน ( กาวี ) เพื่อให้บรรดาประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียมกับกลุ่มประเทศร่ำรวย
 
ทั้งนี้ เอสไอไอประเมินว่า จะสามารถผลิตวัคซีนให้กับโครงการโคแวกซ์ได้ตั้งแต่เดือน มี.ค. หรือ เม.ย.นี้ และพร้อมส่งมอบประมาณ 200 ถึง 300 ล้านโด๊สในคราวเดียว ให้แก่ดับเบิลยูเอชโอ ภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้